ข้อมูล
-
พิพิธภัณฑ์ย่านลิเภา (Museum of Fern Vine Basketry)
“ย่านลิเภานี้เป็นศิลปะเก่าแก่ของบรรพบุรุษเรา แล้วก็วัตถุดิบก็เกิดขึ้นเองภายในประเทศคือ ทางภาคใต้ที่ฝนตกมาก ลักษณะพิเศษของย่านลิเภา ถ้าแม้นว่าทิ้งให้แก่กับต้นแล้ว ใยของเขาจะเหนียวอยู่ได้เป็นร้อยปี โดยที่ไม่มีตัวแมลงมากัดกินเลย เพราะฉะนั้นพูดได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเมืองไทย”
พระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2524 จุดริเริ่มที่ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นภาคใต้รู้จักและหันมาสนใจแปรรูปย่านลิเภา หรือ หญ้าลิเภา พืชประเภทเถาวัลย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นกัน มากขึ้นจนกลายเป็น “เครื่องจักสาย่านลิเภา” ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันทั้งในประเทศและต่างประเทศพิพิธภัณฑ์ย่านลิเภา เปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.
-
พิพิธภัณฑ์เครื่องถมทอง (Museum of Gold Nielloware)
เครื่องถม เป็นศิลปหัตถกรรมชั้นสูงอันทรงคุณค่าของช่างไทย เป็นสัญลักษณ์ของชาติไทยที่แพร่หลายไปทั่วโลก การทำเครื่องถมเกิดขึ้นมาในสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ได้ทรงอนุญาตให้ชาวโปรตุเกสเป็นชาติแรก ที่เข้ามาตั้ง ทำการค้าในราชอาณาจักรไทย 4 ตัวเมือง คือกรุงศรีอยุธยา นครศรีธรรมราช ปัตตานี และมะริด ซึ่งชาวโปรตุเกสไปอยู่ที่ไหนก็ได้นำเอา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมของตนไปเผยแพร่ด้วย โดยเฉพาะเมืองนครศรีธรรมราชได้รับไว้หลายอย่าง เช่น การคิดตลาดนัด การชนวัว ชาวโปรตุเกสได้ถ่ายทอดวิชาการทำเครื่องถมให้ด้วย และในที่สุดได้แพร่เข้าสู่กรุงศรีอยุธยาในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ปรากฏว่าเครื่องถมนครศรีธรรมราชได้รับความนิยมอย่างยิ่งใน ราชสำนักของสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เครื่องถมของนครศรีธรรมราชได้มีการสืบทอด และ พัฒนาจนมีชื่อเสียง เรียกกันว่า "ถมนคร" ตั้งแต่สมัยเจ้าพระยานคร (น้อย) ทำสืบกันมาจนถึงปัจจุบันพิพิธภัณฑ์เครื่องถมทอง เปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.
-
บ้านขุนพิทักษ์รายา UNESCO Award 2021
บ้านขุนพิทักษ์รายา ๑๐๐ ปี บ้านทรงคุณค่าปัตตานี ปี 2563 รางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรม ปี 2563 - 2564 และรางวัลเกียรติยศ Award of Merit ประจำปี 2021 จาก UNESCO
บ้านขุนพิทักษ์รายา ตั้งอยู่ในชุมชนหัวตลาด หรือในภาษามลายู เรียกว่า กือดาจีนอ (กือดา แปลว่า ตลาด และ จีนอ แปลว่า จีน) เป็นชุมชนที่มีชาวจีนเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 3 ผู้บุกเบิกย่านนี้ คือ นายปุ่ย แซ่ตัน หรือหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ต่อมาทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวางได้เข้ามามีบทบาทในการทำกิจการจัดเก็บภาษี การทำเหมืองแร่ และการค้ากับต่างประเทศ ซึ่งขุนพิทักษ์รายา ท่านคือ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูล โดยที่ดินบริเวณบ้านขุนพิทักษ์รา ยาเป็นที่ตั้งของบ้านนางวไล วัฒนายากร ธิดาของขุนพิทักษ์รายากับ
นางเซ่งขิ้ม และเป็นมารดาของ คุณศรีสุมาลย์ สุวรรณมงคล ซึ่งต่อมา บุตรชายคนที่ 4 ของคุณศรีสุมาลย์ คือ คุณอนุพาสน์ สุวรรณมงคล ผู้คิดริเริ่มการฟื้นฟูอนุรักษ์บ้านขุนพิทักษ์รายาให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อบรรพบุรุษ และทดแทนพระคุณแม่ในโอกาสอายุมงคลครบ 7 รอบ 84 ปี และเพื่อให้ทายาทรุ่นต่อไปได้สืบทอดอาคารแห่งนี้ไว้เป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้ที่สนใจ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่จังหวัดปัตตานีแผ่นดินเกิดของคุณแม่
บ้านขุนพิทักษ์รายา เปิดให้ชมทุกวัน โทร. 073336091-6


